Want.........You!!!

posted on 10 Apr 2013 17:39 by beaujs13

 

 

 

‘คุณเชื่อเรื่อง “เวรกรรม” กันบ้างไหม??’

 

 

“....อ่า....เราจะมาเริ่มเล่นกันแล้วนะ....”

เสียงนึงเอ่ยขึ้นอย่างสั่นคลอด้วยความหวาดกลัว ทำให้คนที่นั่งอยู่รอบข้างต้องลอบกลืนน้ำลายดัง ‘อึก!’ เป็นเสียงเดียวกัน ท่ามกลางความเงียบและความมืดที่ถูกปกคลุมอยู่รอบด้าน มีเพียงแสงจากเปลวไฟของเทียนไขที่วางอยู่ตรงกลางเพียงเล่มเดียวเท่านั้นที่กำลังไสวสร้างแสงสว่างสลัวๆให้พอมองเห็นได้

“เริ่มเร็วๆเถอะน่า จะได้รีบกลับ”

หญิงสาวคนนึงในกลุ่มโวยวายออกมาอย่างหวาดกลัวอย่างเห็นได้ชัด เธอเลิ่กลั่กมองไปที่ความมืดรอบข้าง ยิ่งผ่านไปนานเท่าไหร่ บรรยากาศภายในห้องนี้ก็ยิ่งน่ากลัว….ที่สำคัญเธอยังรู้สึกวังเวงแบบแปลกๆ

ทุกคนพยักหน้าพร้อมกัน ก่อนจะสูดลมหายใจแล้วผ่อนออกมาช้าๆ ....พวกเขาตั้งสติ ก่อนที่สายตาจะจับจ้องไปยังกระดานที่มีพยัญชนะตั้งแต่ ก-ฮ สระ และตัวเลข 0-9 แล้วตรงมุมกระดานมีคำว่า ‘เข้า’ ‘ออก’ ‘ใช่’ ‘ไม่ใช่’

 

 

“เอาล่ะ! มาเริ่มกัน”

หญิงสาวอีกคนหยิบเหรียญต่างประเทศเหรียญหนึ่งขึ้นมาวางไว้ตรงกระดาน ซึ่งดูจากสีแล้วรอยขีดข่วนต่างๆแล้ว เห็นได้ชัดว่ามันผ่านมานานมากกว่าสิบปีด้วยซ้ำไป....... ไม่นานทุกคนก็ยื่นนิ้วเรียวมาแตะเบาๆที่เหรียญ

 

“นะ-โม-พุท-ธา-ยะ”

 

พวกเขาผลัดกันท่องทีละคำจบครบ 3 รอบ ....ก่อนที่คนท่องคนสุดท้ายจะใช้นิ้วโป้งกับนิ้วก้อยพลิกเหรียญ....เป็นอันว่าการอัญเชิญวิญญาณเข้าเหรียญเสร็จสมบูรณ์.....ทุกคนลอบกลืนน้ำลายกันอีกรอบ พวกเขาสบตากัน ตอนนี้ไม่มีแม้แต่กระทั่งเสียงพูด หรือ เสียงลมหายใจ....

“ถ้าหากว่า.....วิญญาณเข้ามาในเหรียญแล้ว....ขอให้เดินไปที่คำว่าใช่”

เสียงหนึ่งดังขึ้นขัดความเงียบสงัดเมื่อครู่ หลังจากนั้น.....

 

 

กึก....กึก...

เสียงของเหรียญกำลังขยับ มันสั่นเล็กน้อย ทุกคนเบิกตากว้างด้วยความตกใจ ก่อนจะจ้องมองไปยังเหรียญซึ่งทุกคนมั่นใจว่าไม่ได้มีใครเป็นคนขยับแน่นอน

มันกำลังค่อยๆเลื่อน.....เลื่อนวนไปช้าๆ.....ก่อนที่จะเลื่อนไปที่คำว่า ‘ใช่’

“ม...มัน...ข...ขยับ...จ...จริงๆด้วย....ผ...ผี....แน่ๆ”

หญิงสาวหน้าหมวยกำลังสั่นเทาด้วยความตื่นกลัว ใบหน้าของเธอตอนนี้แทบจะร้องไห้ออกมาได้ในทันทีถ้าหากมีอะไรไปกระตุกต่อมความกลัวของเธอ

“เราอยากรู้ว่าในโรงเรียนนี้มีผีจริงๆหรอ??”

“ม...ไม่...มันขยับอีกแล้ว”

 

 

 

กึก...กึก....

ทุกสายตาจ้องมองไปที่เหรียญ ซึ่งมันกำลังขยับแล้วเลื่อนวนไปมาตามตารางตัวอักษรและสระ....จากหนึ่งตัวเป็นสองตัว....สามตัว....สี่ตัว.....จนกลายเป็นประโยค

“พ....ว...ก....มึ....ง....ต้....อ...ง....”

“เห้ย!! อะไรอยู่ข้างหลังว่ะ”

หญิงสาวที่ดูห้าวๆตะโกนขึ้นขัดพร้อมกับชี้นิ้วไปทางด้านหลังของอีกคน ก่อนที่พวกเขาจะอ่านจนจบประโยค ทำให้ทุกคนต้องเบิกตากว้างแล้วหันไปมองตามปลายนิ้วที่กำลังชี้อยู่ แล้วก็......

“ฮี่....ฮี่....ฮี่...ฮี่”

จู่ๆเสียงหัวเราะเสียงแหลมก็ดังขึ้นขัดบรรยากาศที่เงียบสงัดจนได้ยินเสียงลมหายใจ .....ทุกคนสะดุ้งตัวและเผลอดึงนิ้วออก พร้อมกับส่งเสียงกรีดร้องด้วยความตกใจ ทั้งๆที่ยังไม่ได้อัญเชิญวิญญาณออก

“กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด!!”

 

 

 

 

“ฮ่าๆ.....ว่าแล้วว่าต้องตกใจกัน”

เสียงหัวเราะใสๆดังขึ้นจากหญิงสาวสองคนที่กำลังกุมท้องอย่างขบขัน เมื่อเห็นท่าทีสะดุ้งตกใจกลัวจนต้องกรีดร้องโหยหวนของเพื่อนๆจากการแกล้งของตัวเอง….พวกเขาก็แค่โหลดริงโทนเสียงผีแล้วก็เปิดแกล้งเท่านั้นเอง แต่ก็ไม่นึกนะว่าจะตกใจกันขนาดนั้น“เห้ย! อย่ามาแกล้งกันแบบนี้ดิว่ะ”

“นั่นดิ ตกใจหมดเลย!!”

หญิงสาวที่เหลือพอรู้ตัวว่ากำลังถูกแกล้งก็โวยวายโมโหกันใหญ่ ก่อนจะเปลี่ยนมาเป็นการคุยหยอกล้อกันเล่นอย่างสนุกสนานกับเหตุการณ์เมื่อครู่แทน แล้วค่อยพากันเดินไปเปิดไฟแล้วเป่าเทียนให้ดับ

.....จะมีก็เพียงแค่คนนึง.... ที่ใบหน้าของเธอตอนนี้กลับซีดเผือก ขนลุกซู่เบาๆ เมื่อสายตาหวานดันเหลือบไปเห็นเงาดำทมิฬแว่บผ่านหลังของเพื่อนตรงหน้าไปอย่างรวดเร็ว

....เราอาจจะแค่ตาฝาด มันคงไม่มีอะไรหรอก....

 

 

ใช่แล้ว! หญิงสาวทั้ง 6 คนนี้ ลอบเข้ามาในโรงเรียนยามวิกาลเช่นนี้ เพื่อที่จะมาเล่นเกมผีเหรียญกัน เพื่อเป็นการล่าท้าพิสูจน์ว่าในโรงเรียนของพวกเขามี ผี จริงๆหรอ....และที่สำคัญ....พวกเขาจะเจอ ของดี กันรึป่าว??

แต่สุดท้ายแล้วพวกเขาก็ไม่เจออะไรเลย โดยที่ไม่รู้เลยว่า.....ชีวิตของพวกเขากำลังจะ ‘เปลี่ยนไป’

 

 

……. 2 ปีผ่านไป …….

ภายในโรงเรียนหญิงล้วนเอกชนแห่งหนึ่งแถบย่านการค้าชื่อดัง มีกลุ่มนักเรียนมัธยมปลาย 4-5 คนกำลังจับกลุ่มนั่งคุยกันอย่างสนุกสนาน บ้างก็ถือขวดน้ำดื่ม บ้างก็กำลังทานข้าว เพราะตอนนี้พวกเขากำลังพักเที่ยงกันอยู่นั่นเอง

“วันนี้แทบเรียนไม่รู้เรื่องเลยว่ะ”

แท๊ท หญิงสาวผมสั้นนิสัยดูห้าวๆ ออกทอมหน่อยๆ เอ่ยออกมาอย่างอารมณ์เสีย พลางตักข้าวในจานเข้าปากคำโต ท่ามกลางเสียงหัวเราะของเพื่อนรอบข้าง

“แกมันก็เรียนไม่รู้เรื่องอยุ่ทุกวันอ่ะ”

กีวี่ สาวแว่นผมเปีย ที่อยู่ข้างๆเอ่ยขึ้นมาบ้าง พร้อมกับผลักไหล่คนที่กำลังกินข้าวอยู่ จนหน้าแทบจะล้มลงไปกระแทกกับจานข้าว ถ้าหากไม่ได้ เบส สาวแว่นอีกคนจับแขนดึงเอาไว้ได้ทันเวลาเสียก่อน

“เกือบจะจูบกับจานแล้วไง ฮ่าๆ”

โบว์ หญิงสาวผมเปีย เปิดเหม่งโชว์หน้าผากเอ่ยติดตลกแกล้งแซวขณะที่เงยหน้าขึ้นจากสมุดการบ้านที่ตัวเองยังล แต่ไม่วายโดนมืออวบหนาของคนข้างๆตบเข้าให้ที่ศีรษะอย่างแรง ก่อนจะหันขวับไปมองพร้อมกับเอ่ยเสียงใส

“เจ็บน๊า....”

“แล้วไปแกล้งแซวเพื่อน ทำไมล่ะ ฮึ??”

เพลง สาวหน้าหมวย ตัวเล็กที่สุดในกลุ่มเลิกคิ้วถาม แต่โบว์ก็ทำแค่หัวเราะแห้งๆ แล้วเปลี่ยนเรื่องไปคุยเรื่องอื่นแทนอย่างรวดเร็ว

“วิชาต่อไปเรียนไรอ่ะ??” โบว์หันไปถามเบสที่เรียนอยู่ห้องเดียวกัน

“เห้ย!!” เบสตะโกนออกมาเสียงดังอย่างตกใจราวกับว่าเพิ่งนึกอะไรออกได้ ทำให้เพื่อนทั้งกลุ่มหันไปมองอย่างสงสัย….เมื่อรู้สึกว่าตัวเองกำลังตกเป็นเป้าสายตา ก็เลยยิ้มแหยๆออกมา

“คาบต่อไปมีเรียนชมรมอ่ะ เรายังไม่ได้ไปเอาของเลย โบว์เอามายัง??”

“เอามาแล้วล่ะ” โบว์ยิ้มโชว์เรียงฟันสีขาว ส่วนมืออีกข้างก็ถือกล่องชมรมขึ้นมาให้เบสดู

“อ่า....งั้นโบว์ขึ้นไปเป็นเพื่อนเราหน่อยดิ” เบสเหลือบมองนาฬิกาข้อมือ ซึ่งมันบ่งบอกว่า...อีก 10 นาทีก็จะหมดพักเที่ยงแล้ว ถ้าไม่รีบขึ้นไปเอาบนตึกตอนนี้ มีหวังโดนอาจารย์ชมรมทำโทษแน่ๆ

“อ่า....ขอโทษนะเบส เรายังทำการบ้านไม่เสร็จเลยอ่ะ”

                โบว์ก้มหน้าสำนึกผิด .......นี่ถ้าไม่ติดว่าการบ้านต้องส่งก่อนหมดเวลาพักเที่ยงนะ เขาคงเดินไปเอาของเป็นเพื่อนเบสแล้ว.......

“อ่อ...ไม่เป็นไรหรอก เราไปเอาคนเดียวก็ได้” เบสส่งยิ้มให้อย่างเข้าใจ

“งั้นเราไปเป็นเพื่อนป่าว?”

เพลงเอ่ยถาม เพราะตัวเองก็ว่างไม่มีอะไรทำอยู่แล้ว แต่เบสส่ายหน้าเบาๆ ไม่อยากรบกวน

“ไม่เป็นไรหรอก อยู่แค่ชั้น 3 เอง งั้นเดี๋ยวเรามานะ”

พูดจบ เบสก็รีบสาวเท้าเดินขึ้นบันไดไปอย่างเร่งรีบ พวกเธอมองจนลับตา....แล้วค่อยก้มหน้าก้มตาทำตามภารกิจของตัวเองต่อไปเรื่อยๆ.....จนหมดเวลาพักเที่ยง และเพลงก่อนเข้าแถวก็ถูกเปิดเป็นสัญญาณดังขึ้น ให้ทุกคนเตรียมตัวหยุดภารกิจทั้งสิ้นของตัวเองแล้ววิ่งมาเข้าแถว ก่อนที่จะโดนไม้เรียวและโดนให้วิ่งเป็นการทำโทษสำหรับคนที่มาช้า

“เราทุกคนต้องมาให้ตรงต่อเวลา....มาให้ตรงต่อเวลา....เข้าแถวกันให้เป็นระเบียบ~......”

               

 

“อ่า....ทำไงดีเพลงขึ้นซะแล้ว”

เบสที่กำลังล้างมืออยู่หน้ากระจกภายในห้องน้ำบ่นออกมาเบาๆ พร้อมกับคิดหาวิธีลงไปเข้าแถวด้านล่างไม่ให้โดนทำโทษได้

เธอมองไปรอบๆ ก็พบว่าตอนนี้เธออยู่คนเดียวภายในห้องน้ำ.....หรือว่าเข้าไปหลบในห้องน้ำก่อนดี??....อืม...ก็เป็นความคิดที่ดีนะ....เธอยิ้มบางๆแล้วล้างมือต่อไปอย่างเอื่อยเฉื่อย ไม่รีบร้อนเหมือนเมื่อกี้เพราะว่าไม่ต้องรีบลงไปเข้าแถวแล้ว

‘....เบส....’

เสียงนึงดังขึ้นอย่างแผ่วเบา....เบาเสียจนแทบจะหายกลืนไปกับอากาศ แต่มันก็ทำให้เจ้าของชื่อได้ยินเสียงได้ถนัดหูและแน่ใจว่ามีคนกำลังเรียกหาเธออยู่

“............”

เบสเงยหน้าจากอ่างล้างมือ แล้วมองไปยังกระจกใส พยายามหาที่มาของเสียง....แล้วก็ต้องผงะเมื่อสายตาเหลือบไปเห็นเงาของหญิงสาวกำลังฉีกยิ้มกว้างถึงใบหูห้อยหัวลงมาจากเพดานผ่านทางกระจกใส

ควับ! เบสหันหลังกลับมองด้วยความหวาดกลัว.....ทว่าพบแต่ความว่างเปล่า เงาดำเมื่อครู่หายไปแล้ว!

“บ....บ้าน่า....กลางวันแบบนี้”

เธอเอ่ยออกมาเสียงสั่น พลางลูบต้นแขนเบาๆเพื่อไล่อาการขนลุกซู่ พร้อมกับปลอบใจตัวเองให้ใจดีสู้เสือเข้าไว้ อย่างน้อยตอนนี้ก็ยังกลางวันอยู่...คงไม่มีอะไรมาทำร้ายเราได้หรอก

 

 

 

“นี่ๆ เบสยังไม่ลงมาอีกหรอ??”

โบว์ถามคนในกลุ่ม หลังจากที่ตัวเองขึ้นไปส่งงานในห้องพักครูชั้น 2 เสร็จแล้ว....กะว่าจะเดินไปชมรมด้วยกันซะหน่อย แต่พอลงมาเบสกลับยังไม่ลงมาซะงั้น….

“ไม่อ่ะ ยังไม่เห็นลงมาเลย”

“สงสัยโดนอาจารย์ใช้งานอีกมั้ง”

พวกเขายังคงจับกลุ่มสนทนา ไม่สนใจแม้กระทั่งเสียงเพลงที่ถูกเปิดดังลั่นผ่านลำโพงกันต่อไปราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น....จนกระทั่งมีอาจารย์เดินมาไล่นั่นแหละ....พวกเขาถึงได้จำใจแยกย้ายกันไปเข้าแถว

“ว่าแต่เบสหายไปไหนนะ??” โบว์พยายามมองซ้ายมองขวาควานหาร่างที่คุ้นเคยของเพื่อนสนิท แต่ก็ไม่เจอ

 

'ฮี่...ฮี่......เงยหน้าขึ้นมาสิ.....ฮี่....ฮี่...’

 

เสียงนึงลอยแว่วกระทบโสตประสาทหู....มันใกล้มากราวกับมากระซิบอยู่ใกล้ๆ ที่สำคัญมันเป็นเสียงที่คุ้นเคย แต่นึกเท่าไหร่ก็นึกไม่ออกเสียที.....ทว่ามันกลับรู้สึกว่าน่าหวาดกลัวอย่างแปลกประหลาด

ใบหน้าหวานเงยหน้าขึ้นไปมองตามเสียงปริศนาอย่างไร้สาเหตุ....แต่แล้วเธอก็ต้องเบิกตากว้างอย่างตกใจ ปลายนิ้วที่ยกขี้ขึ้นไปด้านบนตรงระเบียงชั้นบนสุดของโรงเรียนสั่นระริกกับภาพที่ปรากฏให้เห็น

“เป็นอะไรน่ะ??”

หญิงสาวที่อยู่ด้านข้างเอ่ยถามอย่างงุนงงเมื่อเห็นอาการของโบว์....แต่ยังไม่ทันที่ริมฝีปากบางได้เอ่ยตอบอะไร....

 

 

 

 

 

ตุบ!!

“กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด!!!”

 

 

 

.....เพียงแค่ไม่กี่วิเท่านั้นที่เงยหน้าขึ้นไปแล้วเห็นเบสกำลังยืนอยู่ตรงนั้น....ร่างที่แสนคุ้นเคยที่เคยยืนอยู่ตรงริมระเบียงก็ตกลงมาตรงหน้าห่างกันไม่กี่เมตรในชั่วพริบตา พร้อมกับเสียงกรีดร้องโวยวายของคนรอบข้างที่พากันแตกตื่น แล้วรีบพาตัวเองเขยิบหนีออกจากร่างที่ไร้วิญญาณของคนตรงหน้าทันที

สภาพศพของเบสตอนนี้.....ช่างดูน่าสะอิดสะเอียน......คอหัก....ขาพับ....ของเหลวสีแดงเข้มข้นไหลทะลักมาออกจากเบ้าตา โพรงจมูก ปากและส่วนต่างๆของร่างกายจนเจ่อนองเต็มพื้น และคาดว่าอวัยวะภายในคงแตกและฉีกขาดจนไม่เหลือสภาพคงเดิม

จะมีก็แต่ โบว์ เท่านั้นที่ไม่เขยิบเขยื้อนหนีไปไหน เธอทรุดตัวลงนั่งกับพื้นเพราะขาอ่อนแรงและเสียศูนย์ในการทรงตัว.....เธอเห็นทุกอย่างดีชัดเจน.....ตั้งแต่เบสไปยืนที่ระเบียง....กระโดดลงมา....และสุดท้ายคือเบสตาย!! โดยที่เธอไม่สามารถช่วยอะไรเพื่อนได้เลย

“...........” เธอจ้องมองไปยังสภาพร่างไร้วิญญาณของเบส.....เพื่อมองมันเป็นครั้งสุดท้าย....

“ขอโทษนะ ถ้าฉันไปกับเบส เรื่องแบบนี้คงไม่เกิดขึ้น....ขอ...โทษ”

สายตาหวานยังคงจ้องอยู่นาน ทว่าเธอก็ต้องขมวดคิ้วอย่างแปลกใจเมื่อ.....ใบหน้าที่หันมาทางเธอกำลัง ‘แสยะยิ้ม’ ให้ พร้อมกับค่อยๆมีเงาสีดำของผู้หญิงคนนึงกำลังคลานมาทางเธอ

 

 

“ผ....ผ....!!”

เธอเบิกตากว้างจนลูกตาแทบหลุดออกมาจากเบ้า มือบางยกขึ้นมาปิดปากตัวเองไว้แน่น ร่างกายค่อยๆสั่นเทากับภาพสยดสยองตรงหน้า....หญิงสาวคนนั้นมีร่างกายที่ชุ่มโชกไปด้วยเลือดสีแดงสด ผมสีดำขลับที่แห้งกรังถูกปัดให้มาปรกใบหน้าจนกินพื้นที่ไปเกือบครึ่ง กรามหักจนทำให้ปากล่างห้อยลงมาพร้อมกับรอยฉีกขาดที่เริ่มจะเน่าเฟะปรากฏให้เห็นเด่นชัด กลิ่นคาวเหม็นอับโชยมาแตะจมูกจนทำให้อยากจะอาเจียน

ดูยังไงซะ....ภาพที่เธอเห็นตรงต้องเป็นวิญญาณแน่ๆ....!!!